Thailand
 

3 Questions to Ask Before Starting an English Educational Franchise Business for Children

คำถาม 3 ข้อที่ควรหาคำตอบให้ได้ก่อนจะเริ่มทำธุรกิจด้านการศึกษาเด็ก

นอกจากการซื้อบ้านแล้ว การทำธุรกิจด้านการศึกษาน่าจะเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน ฉะนั้น คุณควรจะมีความสุขกับการตัดสินใจของคุณ 100% และมีความสุขที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ

คุณอาจจะมีความคิดว่าธุรกิจแฟรนไชส์ นั้นเป็นธุรกิจที่รับประกันความสำเร็จ แม้ว่าข้อได้เปรียบจะมีมากมายแต่ก็มีความท้าทายมากเช่นกัน เพราะฉะนั้นมีบางอย่างที่คุณควรจะรู้ก่อนจะตัดสินใจทำธุรกิจ

  1. คุณมีความสามารถหรือไม่

คุณเชี่ยวชาญด้านไหน (และชื่นขอบในสิ่งใด)

ลองมองและวิเคราะห์ตัวคุณเองให้ถี่ถ้วน ตัวคุณมีทักษะและคุณสมบัติอะไรบ้างที่จะนำมาใช้กับธุรกิจของคุณ คุณมีความรู้ด้านวิชาการในสาขาที่กำลังสนใจทำธุรกิจอยู่หรือไม่ หากไม่มีความรู้ด้านวิชาการในธุรกิจที่คุณกำลังจะทำไม่ถือเป็นความเสียหายมากนัก ไม่จำเป็นต้องมีปริญญาด้านการศึกษาก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจด้านนี้ได้หากคุณมีทักษะหรือประสบการณ์อย่างอื่น เช่น ความรู้ด้านบริหารธุรกิจหรือด้านการตลาด

แรงบันดาลใจในการดำเนินธุรกิจด้านการศึกษาและความเข้าใจด้านการสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กยุคนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ควรเข้าใจถึงผลประโยชน์ในการทำธุรกิจด้านการศึกษา

จากความชื่นชอบสู่การลงมือทำ

นอกจากความชื่นชอบด้านการศึกษาแล้ว คุณควรจะต้องมีความรู้แบบเป็นขั้นเป็นตอนด้านการบริหารธุรกิจให้ได้ผลกำไร โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน แผนการทางธุรกิจของคุณ และต้องรวมถึงเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และสิ่งที่ต้องการจากเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชซส์ คุณควรจะขอความช่วยเหลือหรือเข้ารับการอบรมจากเจ้าของแฟรนไชส์ในสิ่งที่ขาดไป

ธุรกิจแบบทีมเวิร์ก

คุณมีความมั่นใจมากแค่ไหนที่จะแบกรับภาระการทำธุรกิจแฟรนไชส์ การอยู่ตำแหน่งสูงสุดในบริษัทไม่ใช่เรื่องง่าย และคุณจะต้องรับผิดชอบในการสร้าง นำ และกระตุ้นเพื่อนร่วมงานของคุณอีกด้วย ความสำเร็จของคุณขึ้นอยู่กับศักยภาพของเพื่อนร่วมงานที่มีความรักและกระตือรือร้นในธุรกิจแบบเดียวกับคุณ

  1. คุณทำการบ้านมาดีพอแล้วหรือยัง

ธุรกิจด้านการศึกษาที่คุณสนใจอยู่นั้นอาจจะมีชื่อเสียงและถือว่าอยู่ในอันดับต้น ๆ ในธุรกิจประเภทเดียวกัน แต่คุณควรรู้ถึงที่มาที่ไปของธุรกิจด้วย

ใครอยู่เบื้องหลังแฟรนไชส์

คุณจะต้องทำงานกับใคร ผู้ก่อตั้งธุรกิจเริ่มแรกเป็นที่รู้จักหรือไม่ และพวกเขามีความรู้ในเรื่องที่เขาทำอย่างแท้จริงหรือไม่ แฟรนไชส์นั้นควรมีรากฐานที่มั่นคงและควรเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านที่เขาดำเนินการอยู่

ตามกระแสระยะสั้น หรือประสบความสำเร็จแบบยั่งยืน

ไม่ใช่ความคิดที่ดีนักหากคุณจะตามแฟรนไชส์ที่โด่งดังตามกระแสในระยะสั้น ๆ และไม่ควรดำเนินตามธุรกิจแฟรนไชส์ที่ยึดติดกับสถานที่ใดที่หนึ่งหรือเจาะกลุ่มลูกค้าเพียงกลุ่มเดียว คุณควรดูว่า แฟรนไชส์นั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ และความสำเร็จนั้นเกิดจากการต่อยอดหรือไม่ ใช้วิธีการแบบยั่งยืนหรือไม่ และประวัติความเป็นมาอันยาวนานหรือไม่

จะทราบได้อย่างไรว่า แฟรนไชส์นั้นมีความน่าสนใจ

อะไรคือสิ่งที่ทำให้แฟรนไชส์นั้นโดดเด่น จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ (unique selling point หรือ USP) คือ สิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างธุรกิจทั้งหลาย ลูกค้าจะไม่ให้ความสนใจสินค้าของคุณหากสิ่งที่เสนอขายไม่โดดเด่นกว่าคู่แข่ง

  1. คุณคาดหวังอะไรหลังจากคุณเริ่มดำเนินธุรกิจ

จากจุดเริ่มต้นสู่เส้นทางระยะยาว

การเริ่มต้นและสร้างธุรกิจให้เจริญก้าวหน้าและประสบความสำเร็จได้นั้นควรจะต้องมีแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งและเสมอต้นเสมอปลาย – แรงสนับสนุนนั้นควรเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มทำธุรกิจและคงอยู่ไปพร้อมกับกิจการของคุณ

มีการเสนอโปรแกรมฝึกอบรมให้คุณตอนเริ่มต้นธุรกิจหรือไม่ มีการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอกับสำนักงานใหญ่หรือไม่ มีตัวแทนจากสำนักงานใหญ่ที่จะคอยตอบคำถามและข้อข้องใจให้คุณหรือไม่ คุณมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมธุรกิจหรือไม่

ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการที่คุณลงทุนทั้งเวลา แรงกาย และทรัพย์สินของคุณในการทำแฟรนไชส์ และพบว่าหลังจากเปิดตัวธุรกิจเสร็จสิ้นแล้วคุณถูกลอยแพให้ทำทุกอย่างเอง คุณสามารถหาข้อมูลเพื่อป้องกันเรื่องนี้ได้อย่างง่ายดายโดยการสอบถามกับผู้ที่ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์เดียวกับคุณ ถ้าเวลาเดียวที่เจ้าของแฟรนไชส์ติดต่อกับพวกเขาคือตอนที่จะต้องเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์ คุณควรเตรียมหาแฟรนไชส์อื่นร่วมลงทุนได้เลย

เจ้าของแฟรนไชส์มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองอยู่ตลอดเวลาหรือไม่ พวกเขามีการลงทุนด้านเทคโนโลยีและสร้างแอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ หรือไม่

คุณหาคำตอบให้กับทุกคำถามได้หรือยัง

ก่อนจะเริ่มลงมือทำธุรกิจนี้ ลองพิจารณาทั้ง 3 คำถามก่อน คุณหาคำตอบได้ครบทั้ง 3 คำถามหรือไม่ ถ้าหาคำตอบได้ครบแล้ว เหลือเพียงอย่างเดียว คือ เริ่มลงมือดำเนินธุรกิจได้เลย