Thailand
 

Four tips to make learning read easier

ในปัจจุบันเริ่มมีการตระหนักมากขึ้นว่า การที่เด็กที่รู้และเข้าใจหลายภาษาในวัยก่อนที่จะอ่านหนังสือออกนั้นถือเป็นการเสริมทักษะด้านการอ่านให้เด็กคนนั้น และยิ่งมีทักษะการอ่านที่ดีมากเท่าไร ก็จะยิ่งประสบความสำเร็จในการเรียนมากยิ่งขึ้น งานวิจัยของมหาวิทยาลัย Oxford พบว่า เด็กที่ฟังนิทานก่อนนอนไม่ได้พียงแค่โตขึ้นแล้วเป็นนักอ่านที่ดี แต่ยังเรียนภาษาได้ดีอีกด้วย เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เพราะโครงสร้างการออกเสียงในภาษาถูกฝังรากลงไป รวมถึงจังหวะ ทำนอง และการรับรู้ภาษาถูกฝังรากลงไปในสมอง แม้ว่าเขาจะอายุเพียง 4 – 5 ปี แต่พวกเขาจะอ่านได้คล่องกว่าเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกันที่ไม่ได้ฟังนิทานก่อนนอน แน่นอนว่าผู้ปกครองทุกท่านต้องการให้ลูกมีทักษะการอ่านที่ดีแต่ไม่ทราบว่าควรให้เริ่มอ่านเมื่อไร นี่คือคำแนะนำในการสอนทักษะการอ่านให้ลูกคุณ

ข้อแนะนำที่ 1: พูดก่อนอ่าน

ภาษาพูด ซึ่งรวมทั้งทักษะการพูดและการฟังนั้นเป็นพื้นฐานของทักษะการอ่านและการเขียน เด็ก ๆ ควรจะเข้าใจคำศัพท์ก่อนที่พวกเขาจะสามารถสร้างประโยค และใช้คำศัพท์นั้น ๆ ในการสื่อสาร การพูดคุยกับลูก อ่านหนังสือให้ลูกฟัง เล่านิทาน และเรียกชื่อสิ่งของต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์และเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะพัฒนาทักษะการอ่าน

ข้อแนะนำที่ 2: รักการอ่าน

ลูกคุณต้องมีความอยากที่จะอ่าน เขาควรหลงรักหนังสือ วิธีที่ดีที่สุดคือการทำเป็นตัวอย่างให้เขาเห็นและอ่านหนังสือให้เขาฟัง ใช้เวลาด้วยกันในการเลือกหนังสือประเภทต่าง ๆ แสดงให้ลูกเห็นว่าคุณเองก็เพลิดเพลินและรักการอ่าน ทั้งยังเห็นประโยชน์ของหนังสือ เมื่อเขาเห็นบ่อย ๆ เขาจะทำตามไปเองโดยปริยาย

ข้อแนะนำที่ 3: ทำเป็นเรื่องธรรมชาติ

เมื่อลูกคุณเกิดความอยากอ่านหนังสือแล้ว เขาจะต้องเรียนรู้วิธีการอ่านอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีอยู่สองระบบด้วยกัน คือ การอ่านแบบสะกดตามเสียง และการอ่านแบบอ่านทั้งคำ เมื่อตอนที่ลูกดิฉันเรียนการอ่านตอนอายุ 4 ขวบ ตอนนั้นระบบที่สหราชอาณาจักรสอนแบบอ่านทั้งคำ โดยเริ่มจากสิ่งที่เข้าใจง่ายก่อน โดยหนังสือทั้งเล่มจะมีคำศัพท์ง่าย ๆ ทั้งหมด เช่นคำว่า “House (บ้าน)” ในหนังสือจะมีภาพบ้านพร้อมกับคำศัพท์คำว่า “House (บ้าน)” นอกจากนั้นอาจจะมี “mommy (แม่)” หรือ “daddy (พ่อ)” จากนั้น หนังสือเล่มถัดไปก็จะเป็นเรื่องราวของ “daddy in the house (พ่ออยู่ในบ้าน)” และ “mommy in the house (แม่อยู่ในบ้าน)” ด้วยวิธีนี้เด็กเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงคำศัพท์ทั้งคำเข้ากับบริบท การอ่านแบบอ่านทั้งคำให้ประโยชน์อย่างไร ข้อดีคือเป็นการเรียนรู้แบบธรรมชาติ เพราะสำหรับเด็กอายุ 4- 5 ปีนั้น การสะกดคำยังเป็นนามธรรมเกินไป พวกเขายังไม่พร้อมจะสะกดคำ ฉะนั้นเป็นการดีกว่าที่เด็กจะได้เรียนการอ่านแบบธรรมชาติด้วยคำศัพท์และสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวพวกเขา

ต่อมาเมื่ออ่านทั้งคำได้บ้างแล้ว จึงเริ่มใช้การอ่านแบบสะกดตามเสียง ในปีที่สองของการเรียนการอ่าน 80% ของเด็กเหล่านี้จะสามารถวิเคราะห์การอ่านแบบสะกดตามเสียงได้ด้วยตนเองและจะเริ่มสะกดคำศัพท์ได้เอง สำหรับ 20% ที่เหลืออาจเป็นเด็กที่ไม่สามารถวิเคราะห์เองได้ จะได้รับความช่วยเหลือจากครูผู้สอนและในที่สุดพวกเขาก็จะสะกดคำศัพท์ได้เองเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาหลายท่านเชื่อว่า การอ่านควรจะเริ่มเรียนทั้งจากการอ่านแบบอ่านทั้งคำและการอ่านแบบสะกดตามเสียง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัยและกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ดิฉันมั่นใจว่า การนำทั้งสองระบบมาผสมผสานกันจะทำให้การอ่านกลายเป็นเรื่องง่ายและได้ผลที่ดี

ข้อแนะนำที่ 4: ทำการอ่านให้เป็นเรื่องสนุก

ในฐานะนักภาษาศาสตร์ ดิฉันมีความตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะคิดหาวิธีให้เด็กเรียนการพูด การอ่าน และการเขียนภาษาอังกฤษได้สำเร็จ ดิฉันได้พัฒนาระบบการอ่านขึ้นมาหลายระบบ โดยระบบล่าสุดนั้นสนุกและน่าตื่นเต้นมาก คือการเรียนการอ่านผ่านแอปพลิเคชัน Helen Doron Read ใน Google Play และ App Store ในนี้คุณจะพบหนังสือที่สามารถโต้ตอบได้ถึง 32 เล่มที่จะสอนให้เด็กอ่านตั้งแต่คำศัพท์ง่าย ๆ จนอ่านภาษาอังกฤษได้ทั้งประโยค